วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พืชพรรณและสัตว์ป่า

 
พืชพรรณและสัตว์ป่า

สังคมพืชที่ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดสามารถจำแนกออกได้เป็น
ป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ โดยมากจะพบตามหุบเขาและริมห้วยที่มีความชื้นสูง พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ยางปาย ยางแดง ตะเคียนทอง ตะเคียนทราย หลุมพอ ไข่เขียว พญาไม้ ก่อเล็ก เต่าร้างยักษ์ ชก ฯลฯ พืชพื้นล่างและไม้เถาได้แก่ มหาสดำ หวายกำพวน หวายเทิง หวายขี้เสี้ยน เตยย่าน เปื่อย คอกิ่วย่าน เป็นต้น




ป่าดิบเขา พบในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับที่มีเมฆหมอกปกคลุมทำให้มีอากาศชื้นเสมอ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เหมือด กำยาน หัวเต่า ติ่ง แดงเขา ก่อเขา ก่อใบเอียด ฯลฯ ไม้พุ่มและพืชพื้นล่างเป็นพวกตาเป็ดตาไก่ เคลง เนียม หวายแส้ม้า หวายเขา ดาวสามแฉก กล้วยไม้ดินชนิดต่างๆ เป็นต้น




ป่ารุ่นหรือป่าเหล่า เป็นสังคมพืชที่เกิดขึ้นทดแทนสภาพธรรมชาติเดิมภายหลังการถูกบุกรุกทำลาย พันธุ์ไม้ที่สำคัญประกอบด้วยไม้เบิกนำ ได้แก่ สอยดาว ปอหูช้าง กะลอขน ล่อ พังแหรใหญ่ ทุ้งฟ้า เป็นต้น


 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า จำนวน 327 ชนิด ได้แก่
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบ 100 ชนิด ได้แก่ เลียงผา ช้างป่า สมเสร็จ เสือไฟ เก้ง ลิงเสน ชะนีธรรมดา ค่างแว่นถิ่นใต้ เสือลายเมฆ หมูป่า อ้นใหญ่ เม่นใหญ่แผงคอ เพียงพอนเหลือง หมูหริ่ง ชะมดเช็ด อีเห็นธรรมดา พังพอนธรรมดา กระแตธรรมดา พญากระรอกดำ กระรอกข้างลายท้องแดง ค้างคาวขอบหูขาวเล็ก ค้างคาวบัวฟันกลม หนูฟานเล็ก ฯลฯ

นก พบทั้งสิ้น 157 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 143 ชนิด และเป็นนกอพยพย้ายถิ่น 14 ชนิด ได้แก่ นกเหยี่ยวรุ้ง ไก่ป่า นกเขาเขียว นกบั้งรอกใหญ่ นกเค้ากู่ นกจาบคาหัวสีส้ม นกแก๊ก นกแอ่นฟ้าเคราขาว นกพญาไฟใหญ่ นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ นกจาบดินอกลาย นกกินแมลงหัวสีน้ำตาล นกกางเขนดง นกกระจิบคอดำ นกจับแมลงคอสีน้ำตาลแดง นกกินปลีกล้วยเล็ก นกกาฝากอกเพลิง และนกกะติ๊ดตะโพกขาว ฯลฯ


สัตว์เลื้อยคลาน พบจำนวน 39 ชนิด ได้แก่ เต่าจักร ตะพาบแก้มแดง ตุ๊กแกป่าลายจุด จิ้งจกหางหนาม กิ้งก่าบินปีกสีส้ม เห่าช้าง เหี้ย จิ้งเหลนดินจุดดำ งูสิงหางดำ งูเขียวหัวจิ้งจก งูสามเหลี่ยมหัวหางแดง ฯลฯ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบ 11 ชนิด ได้แก่ อึ่งกรายหัวมน อึ่งอ่างบ้าน กบตะนาวศรี กบทูด เขียดตะปาด เขียดงูศุภชัย เป็นต้น
 

สัตว์น้ำ พบปลา 18 ชนิดที่พบโดยทั่วไปได้แก่ ปลาพลวง ปลาแฮะ ปลาซิวน้ำตก ปลาเลียหิน ปลาติดหิน และปลาอีกอง นอกจากนี้ยังพบปูน้ำตกบริเวณน้ำตกสี่ขีด 2 ชนิดด้วยกัน คือ Phricotelphusa limula และ Salangathelphusa brevimarginata




ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศ
เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมาลายู ได้รับลมมรสุมพัดผ่านทะเลทั้ง 2 ด้าน ทำให้มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี อากาศเย็นสบาย ฤดูฝนมีฝนตกชุกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มกราคม ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 27C โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน ประมาณ 34 องศาเซลเซียล และอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 22 องศาเซลเซียล ในเดือนมกราคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 2,300 มิลลิเมตร


ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 8 องศา 55 ลิบดา ถึง 9 องศา 03 ลิบดา เหนือ และอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 99 องศา 36 ลิบดา ถึง 99 องศา 47 ลิบดา ตะวันออก บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับกับเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขานครศรีธรรมราช (เทือกเขาบรรทัด) ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตอำเภอกาญจนดิษฐ์และอำเภอสิชล แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นแนวยาวขนานกับฝั่งทะเลตะวันออก ตอนกลางเป็นเทือกเขาที่สูงชันสลับซับซ้อน มีลักษณะเป็นสันปันน้ำ โดยลาดต่ำไปทางตะวันออกและทางตะวันตก ที่ราบส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออก พื้นที่นี้มียอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาคีโหมด สูง 1,303 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดเขาอื่นๆ เช่น ยอดเขานางสูง 881 เมตร ยอดเขาวังพุงสูง 600 เมตร ยอดเขาปลายครามสูง 599 เมตร ยอดเขาขุนห้วยแก้วสูง 582 เมตร ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 700 เมตร มีหุบเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยต่างๆ มากมาย เช่น คลองหวาด คลองท่าคลอง คลองท่าเรือรี ห้วยโหมด ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดแอ่งน้ำและน้ำตกเป็นชั้นๆ ต่อเนื่องกันเป็นลำดับ มีเขาบางลูกเป็นภูเขาหินปูน จึงเกิดถ้ำที่สวยงามน่าพิศวงมากมายหลายแห่ง เช่น ถ้ำเขาพับผ้า ถ้ำธารลอด ถ้ำสวนปราง เป็นต้น